ธุรกิจ·การแข่งขัน

กฎ Credit Term ใหม่ประกาศในราชกิจจาฯ: บทลงโทษสูงสุด 1 ล้านบาทและคุก 2 ปีสำหรับธุรกิจใหญ่

2026-10-07 · อ่าน 1 นาที · MeshLaw กองบรรณาธิการ

ข่าวต้นเรื่อง: "กฎคุม Credit Term รายใหญ่ ประกาศราชกิจจาฯแล้ว โทษปรับสูงสุด 1 ล้าน-คุก 2 ปี" (Thansettakij) · ค้นหาต้นฉบับ ต่อไปนี้เป็นบทวิเคราะห์ต้นฉบับที่ AI เรียบเรียงขึ้นโดยอ้างอิงข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบจากรายงานข่าวจริง 2 แหล่ง (ไม่ใช่การแปลหรือคัดลอกต้นฉบับ) ดูแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ

การประกาศใช้กฎเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับระยะเวลาเครดิต (Credit Term) ในราชกิจจานุเบกษาได้สร้างมาตรฐานบังคับที่ชัดเจนสำหรับภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ต้องปรับโครงสร้างการชำระเงินและสัญญาซื้อขายทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อทนายความและฝ่ายกฎหมายที่ต้องทบทวนเงื่อนไขสัญญาเดิมและกระบวนการบริหารหนี้สิน เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว

หน่วยงานกำกับดูแลได้กำหนดกรอบระยะเวลาการชำระเงินที่ชัดเจนสำหรับสินค้าเกษตรและธุรกรรมทั่วไป พร้อมกำหนดหน้าที่ในการแจ้งล่วงหน้าหากมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือการชำระเงินล่าช้าโดยไม่สมเหตุสมผล นอกจากนี้ยังมีการกำหนดบทลงโทษทางปกครองที่รุนแรง โดยอาจถูกปรับเป็นจำนวนเงินสูงสุดถึงร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่ฝ่าฝืน หรือสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทสำหรับการกระทำผิดในปีแรก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของนโยบายในการปกป้องกระแสเงินสดของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)

ทำไมตอนนี้: กฎใหม่มีผลบังคับใช้จริงแล้ว

กฎระเบียบว่าด้วยระยะเวลาการชำระหนี้ (Credit Term) ซึ่งกำหนดกรอบเวลาการจ่ายเงินให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SME) โดยแบ่งเป็นสินค้าเกษตรภายใน 30 วัน และธุรกรรมทั่วไปหรือบริการภายใน 45 วัน ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 และจะเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับจากวันประกาศ ทำให้ทุกภาคส่วนต้องเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับกฎหมายทันที

สาระสำคัญที่ส่งผลต่อสถานะทางกฎหมายของคู่สัญญาในปัจจุบันคือ หลักเกณฑ์การบังคับใช้กับสัญญาเดิม หากในสัญญาที่มีอยู่ก่อนหน้ามีการตกลงระยะเวลาการชำระเงินที่สั้นกว่ากฎระเบียบฉบับใหม่ ระยะเวลาที่สั้นกว่านั้นยังคงมีผลบังคับใช้และมีความสำคัญกว่ากฎใหม่ โดยห้ามมิให้ผู้ซื้อรายใหญ่ใช้กฎระเบียบฉบับนี้เป็นเหตุผลในการขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไป ทั้งนี้ ผู้ซื้อรายใหญ่มีหน้าที่ต้องแจ้งเงื่อนไขการชำระเงินอย่างชัดเจน และหากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือล่าช้าในการจ่ายเงินโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน

  • กฎระเบียบมีผลบังคับใช้หลังพ้นกำหนด 30 วันนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • ระยะเวลาชำระเงินในสัญญาเดิมที่สั้นกว่ากฎใหม่ยังคงมีผลบังคับใช้ ห้ามขยายเวลาโดยอ้างกฎใหม่
  • ผู้ซื้อรายใหญ่ต้องแจ้งความเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือความล่าช้าในการจ่ายเงินล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน

ประเด็นหลัก: กรอบเวลาชำระเงินและข้อผูกพันทางกฎหมาย

กฎระเบียบใหม่ได้วางกรอบระยะเวลาการชำระเงินที่ชัดเจน โดยกำหนดให้สินค้าเกษตรต้องชำระภายใน 30 วัน และบริการทั่วไปภายใน 45 วัน เพื่อควบคุมการยืดหนี้ของธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งนี้ หากผู้ซื้อรายใหญ่ต้องการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระเงินหรือเลื่อนกำหนดเวลาออกไป ต้องมีหน้าที่แจ้งให้คู่สัญญาทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับกระแสเงินสดของผู้ขาย

ในกรณีที่มีข้อพิพาทหรือความจำเป็นในการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ผู้ซื้อรายใหญ่เป็นผู้ครอบครองข้อมูลอยู่ กฎหมายกำหนดหน้าที่ให้ฝ่ายผู้ซื้อต้องส่งมอบเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อหน่วยงานกำกับดูแล (กขค.) เพื่อสนับสนุนกระบวนการสืบสวน การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวอาจถูกตีความว่าเป็นการขัดขวางการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งส่งผลต่อสถานะทางกฎหมายของสัญญาเดิมที่มีอยู่ก่อนหน้า

  • สัญญาเดิมที่ตกลงระยะเวลาการชำระเงินสั้นกว่าเกณฑ์ใหม่ยังคงมีผลบังคับใช้ตามข้อตกลงเดิม ห้ามขยายเวลาโดยอ้างกฎระเบียบใหม่
  • การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต้องอาศัยการแจ้งเตือนล่วงหน้า 60 วัน มิฉะนั้นถือเป็นการผิดสัญญา
  • ผู้ซื้อมีหน้าที่ส่งข้อมูลในครอบครองให้หน่วยงานตรวจสอบเมื่อมีการร้องเรียนหรือสืบสวน

ผลกระทบเชิงปฏิบัติ: ความเสี่ยงทางอาญาและค่าปรับ

การประกาศใช้กฎระเบียบใหม่นี้สร้างภาระหน้าที่ทางกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับธุรกิจรายใหญ่ โดยหากมีการฝ่าฝืนข้อกำหนด เช่น การชำระเงินล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันควร หรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญาโดยไม่แจ้งล่วงหน้าตามกำหนดเวลา ผู้กระทำผิดอาจเผชิญกับความเสี่ยงทางอาญาสูงสุดถึงจำคุก 2 ปี และต้องชำระค่าปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือสูงสุด 10% ของรายได้ในปีที่ฝ่าฝืน ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการรายย่อย

  • บทลงโทษทางอาญาและค่าปรับ: ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีอาญาจำคุกสูงสุด 2 ปี และปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือสูงสุด 10% ของรายได้ในปีที่ฝ่าฝืน
  • ข้อจำกัดสำหรับปีแรก: ในกรณีที่ธุรกิจเพิ่งเริ่มต้นดำเนินการและมีการฝ่าฝืนในปีแรก ค่าปรับจะถูกจำกัดไว้ที่สูงสุด 100 ล้านบาท
  • การบังคับใช้สัญญาเดิม: หากสัญญาเดิมกำหนดระยะเวลาชำระเงินสั้นกว่ากฎระเบียบใหม่ ระยะเวลาที่สั้นกว่านั้นยังคงมีผลบังคับใช้ และไม่สามารถอ้างกฎระเบียบใหม่เพื่อขยายระยะเวลาชำระเงินได้
  • หน้าที่ในการให้ข้อมูล: ผู้ซื้อรายใหญ่มีหน้าที่ต้องส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้คณะกรรมการแข่งขันพิจารณา หากมีการร้องเรียนหรือความจำเป็นในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ: สัญญาเดิมและกระบวนการภายใน

ทบทวนสัญญาซื้อขายเดิมว่ากำหนดระยะเวลาสั้นกว่ากฎใหม่หรือไม่ และตรวจสอบกระบวนการอนุมัติการชำระเงินเพื่อป้องกันความล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร

ภายใต้กรอบกฎหมายใหม่ที่กำหนดเพดานระยะเวลาการชำระเงิน (Credit Term) ไว้ที่ 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร และ 45 วันสำหรับสินค้าและบริการทั่วไป ผู้ประกอบธุรกิจต้องเร่งตรวจสอบสัญญาซื้อขายที่มีอยู่เดิมทันที หากมีรายงานว่าการตกลงในสัญญาเดิมกำหนดระยะเวลาการชำระเงินสั้นกว่าเกณฑ์ดังกล่าว ระยะเวลาที่สั้นกว่านั้นยังคงมีผลบังคับใช้และต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยห้ามอ้างกฎระเบียบใหม่เป็นเหตุในการขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไป

ในส่วนของกระบวนการภายในองค์กร ต้องทบทวนขั้นตอนการอนุมัติการชำระเงิน (Payment Approval) ให้มีความชัดเจนและรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งอาจถูกตีความว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมตามข้อกำหนดใหม่ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักฐานหรือข้อมูลเฉพาะที่ผู้ซื้อรายใหญ่เป็นผู้ครอบครองอยู่เพียงฝ่ายเดียว และมีข้อบ่งชี้ว่าจำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องส่งมอบเอกสารหรือข้อมูลดังกล่าวไปยังหน่วยงานกำกับดูแลตามข้อกำหนดที่ระบุไว้

  • ตรวจสอบสัญญาเดิม: ยืนยันว่าระยะเวลาการชำระเงินที่ตกลงไว้เดิมไม่ได้ยาวเกินกว่า 30 วัน (สินค้าเกษตร) หรือ 45 วัน (สินค้า/บริการทั่วไป)
  • ห้ามขยายเวลา: ห้ามใช้กฎใหม่เป็นข้ออ้างในการยืดระยะเวลาการชำระเงินจากเงื่อนไขเดิมที่สั้นกว่า
  • ควบคุมกระบวนการภายใน: ปรับปรุงขั้นตอนการอนุมัติเงินให้สอดคล้องกับกรอบเวลาใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระโดยไม่มีเหตุอันสมควร
  • หน้าที่ส่งข้อมูล: เตรียมพร้อมในการส่งมอบหลักฐานหรือข้อมูลเฉพาะที่หน่วยงานกำกับดูแลร้องขอ หากมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง

คำถามที่พบบ่อย

กฎ Credit Term ใหม่มีผลบังคับใช้เมื่อใดและกำหนดระยะเวลาชำระเงินอย่างไร?

ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้หลังจากราชกิจจานุเบกษาประกาศครบ 30 วัน โดยกำหนดให้สินค้าเกษตรต้องชำระภายใน 30 วัน และธุรกรรมทั่วไปหรือบริการภายใน 45 วัน เพื่อช่วยปรับปรุงกระแสเงินสดของผู้ประกอบการรายย่อย

หากธุรกิจรายใหญ่ผิดนัดชำระหนี้หรือเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า จะได้รับโทษอย่างไร?

ผู้ซื้อรายใหญ่ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับเป็นจำนวนสูงสุด 10% ของรายได้ในปีที่กระทำผิด หรือสูงสุด 1 ล้านบาทสำหรับปีแรก และอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี

สัญญาเดิมที่มีกำหนดชำระเร็วกว่ากฎใหม่ยังคงใช้ได้หรือไม่?

หากสัญญาเดิมกำหนดระยะเวลาชำระเงินที่สั้นกว่ากฎใหม่ ระยะเวลาที่สั้นกว่านั้นยังคงมีผลบังคับใช้ และไม่สามารถอ้างกฎใหม่เพื่อขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไปได้

แหล่งอ้างอิง

นำ AI มาใช้ในงานกฎหมายอย่างรอบคอบ

MeshLaw คือเครื่องมือจัดการคดีด้วย AI สำหรับทนายความ แม่นยำ ตรวจสอบได้ ไม่มีการเดา

ดู MeshLaw →

← ดูบทสรุปทั้งหมด

จัดการคดีด้วย AI สำหรับทนายความ — MeshLaw ทดลองใช้ฟรี →